รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจากอะไร เรามีวิธีแก้


คงเป็นเรื่องที่ปวดหัว เสียเวลา และเสียอารมณ์สุดๆสำหรับคนที่ต้องการออกไปทำธุระข้างนอกหรือไปทำงานหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ต้องเจอปัญหาใหญ่สำหรับการเดินทางนั่นก็คือ “รถสตาร์ทไม่ติด” ซึ่งการที่รถยนต์ไม่สตาร์ทไม่ติดเครื่องนั้นเกิดจากสาเหตุได้หลายสาเหตุบางสาเหตุก็ไม่จำเป็นต้องถึงมือช่างบางสาเหตุก็ต้องให้ช่างช่วยเช็คเครื่องยนต์ให้ วันนี้ www.thaismartcar.com จะมาแนะนำเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติดและหาวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น เพราะบางปัญหาเราสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองไม่ต้องถึงฝีมือช่าง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาได้พอสมควร

อาการ สาเหตุ และการแก้ปัญหารถสตาร์ทไม่ติด



-เมื่อสตาร์ทรถมีเสียงคลิกเบาๆไม่มีวี่แววว่าจะมีเสียงจุดระเบิดสตาร์ทเครื่องยนต์ ปัญหานี้เกิดจากแบตเตอรี่ให้เช็คสายเชื่อมต่อขั่วแบตเตอรี่ว่าหลวมหรือไม่ หากหลวมจนเราสามารถขยับหรือดึงสายขั่วแบตเตอรี่ออกมาได้ให้หมุนให้แน่นและรองสตาร์ทอีกครั้ง แต่ถ้ายังไม่ติดอาจเกิดจากแบตเตอรี่หมดต้องทำการพ่วงแบตเตอรี่หรือนำแบตเตอรี่ไปชาร์ตที่ร้าน



-รถเงียบเมื่อหมุนกุญแจสตาร์ทไม่มีเสียใดๆแต่ไฟแสดงสถานะเครื่องยนต์ติด พัดลมเปิดได้ วิทยุเปิดได้ แสดงว่าปัญหามาจากไดสตาร์ท (Starter) อาจจะเกิดจากขั่วแบตหลวมให้ลองขยับหรือหาอะไรมากระทุ้งแล้วลองสตาร์ทอีกครั้ง หากยังไม่ติดอีกอาจจะเกิดจากไดสตาร์ทเสียต้องให้ช่างมาเช็คอาการให้





-รถไม่สตาร์ทแต่มีเสียงเริ่มการหมุนในเครื่องยนต์เมื่อหมุนกุญแจ เมื่อสตาร์ทกุญแจเครื่องยนต์สั่นพร้อมที่จะทำงานทุกอย่าง ไฟแจ้งเตือนสถานะเครื่องยนต์ติดแต่เครื่องยนต์ไม่สตาร์ทไม่ทำงาน ปัญหานี้เกิดจากหัวเทียนไม่สตาร์ทหรือหัวเทียนบอดหรืออาจจะเป็นไที่ไดสตาร์ทมักกับรถเครื่องยนต์เบนซิน





-สตาร์ทเครื่องยนต์ติดแล้วดับ เมื่อหมุนกุญแจสตาร์ทรถเครื่องยนติดแต่ดับไปไม่ทำงานต่อเนื่องปัญหานี้เกิดจากคาร์บูเรเตอร์ทำหน้าที่จ่ายน้ำมันเข้าเครื่องยนต์ ให้ลองเปิดโช้คเพื่อให้น้ำมันเข้าเครื่องยนต์และปิดแล้วสตาร์ทอีกครั้งเครื่องยนต์ก็จะติด แต่หากยังไม่ติดอาจจะมีปัญหาเรื่องหัวฉีดจ่ายน้ำมันเข้าเครื่องยนต์ต้องให้ศูนย์เช็คเครื่องยนต์ให้



-รถสตาร์ทไม่ติดเมื่ออากาศหนาว เมื่ออณุหภูมิต่ำจะทำให้อากาศหดตัวลงอาจมีผลทำให้ความดันของน้ำมันลดลง ปัญหานี้เกิดจากระบบ Carburetors ที่ทำหน้าที่จ่ายน้ำมันและอากาศสำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์มีปัญหาอาจจะจ่าย น้ำมันไปไม่พอ แก้ปัญหาโดยทดลองเปิดโชคและปิดและลองสตาร์ทดูอีกครั้ง







-รถสตาร์ทไม่ติดเมื่อฝนตก เกิดจากความชื้นเข้าไปในเครื่องยนต์หรือระบบจ่ายไฟ (Distributor) มากเกินไป วิธีแก้คือเป่าตัวจ่ายไฟให้แห้งหรือรอให้อากาศชื่นออกหมดแล้วค่อยสตาร์ทเครื่องยนต์ดูอีกครั้ง วิธีแก้ที่ยังยืนคือให้ช่างผู้ชำนาญเช็คตัวจ่ายไฟในเครื่องยนต์อย่างละเอียด
วิธีการพ่วงแบตเตอรี่เพื่อสตาร์ทรถยนต์ที่แบตเตอรี่ตาย



1.นำรถมาจอดไว้ใกล้ๆกันแล้วดับเครื่องยนต์ทั้งหมดออก นำสายพ่วงแบตขั่วบวก + สีแดง จากแบตที่มีพลังงานมาต่อกับขั่วบวกของแบตรถยนต์ที่สตาร์ทไม่ติด
2. นำสายพ่วงแบตขั่วลบ – จากแบตเตอรี่ที่มีพลังงานมาต่อเข้ากับชิ้นส่วนโลหะรถยนต์ของรถที่หมดแบตเตอรี่ อย่าเอาไปต่อขั่วลบของแบตเตอรี่เพราะจะเกิดการระเบิดหรือประกายไฟได้ ควรต่อกับโลหะที่ห่างจากแบตเตอรี่มากที่สุด
3. สตาร์ทรถยนต์คันที่มีไฟก่อนอย่างน้อย 1 นาที เร่งเครื่องยนต์เบาๆพร้อมกับเปิดไฟเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลเวียน
4.สตาร์ทรถยนต์คันที่แบตเตอรี่หมดจากนั้นเร่งเครื่องยนต์สัก 1,500 – 3,000 รอบ
การถอดสายแบตเตอรี่
-ถอดสายขั่วลบ(สีเขียวหรือสีน้ำเงิน)ออกจากรถที่แบตหมดก่อน ตามด้วยถอดสายขั่วลบออกจากคันที่แบตมีไฟ
-ถอดสายขั่วบวก(สีดแดง)ออกจากคันที่แบตหมดก่อน ตามด้วยถอดสายขั่วบวกจากคันที่มีไฟ
-สตาร์ทเครื่องยนต์ไว้สัก 15-20 นาทีสำหรับรถยนต์ที่แบตหมด
ปัญหาส่วนใหญ่ของรถสตาร์ทไม่ติดจะเกิดจากแบตเตอรี่เป็นหลัก ถึงแม้ว่ารถใหม่หากลืมปิดสวิตไฟก็ทำให้แบตเสื่อมหรือแบตตายได้เช่นกัน


Related post

Disqus comments:


Facebook comments: