Skip to main content

การทำงานของเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติรู้จักก่อนจะซื้อรถ


เกียร์ (Gear) มีความหมายว่าเฟือง หรือ ฟันเฟือง ซึ่งเกียร์ในรถยนต์นั้นเป็นตัวฟันเฟืองที่ติดอยู่กับเพลาซึ่งมีหลายขนาดตามระดับเกียร์ เกียร์ต้นเฟืองจะมีขนาดใหญ่รอบจะต่ำแต่แรงบิดจะเยอะส่วนเกียร์ปลายเช่นเกียร์ 4 หรือ 5 หรือ 6 เฟืองจะมีขนาดเล็กลงรอบจะจัดรถจะเคลื่อนที่ได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับคนรักรถก็ควรจะศึกษาการทำงานของเกียร์เพื่อให้สามารถใช้งานได้ถูกต้องและเข้าใจหลักการรวมถึงการบำรุงรักษา www.thaismartcar.com จะพาไปทำความรู้จักเกียร์รถยนต์ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

การทำงานของเกียร์

การทำงานของเกียร์

หน้าที่ของเกียร์รถ
1. เพิ่มแรงบิดเมื่อรถออกตัว ในการออกตัวรถจะใช้ฟันเฟืองขนาดใหญ่รอบต่ำแต่แรงบิดสูงเพื่อพลักดันรถให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า พันเฟือนขนาดใหญ่จะหมุนเพลารถให้เคลื่อนที่
2 เปลี่ยนอัตราทด เครื่องยนต์รถจะส่งกำลังผ่านฟันเฟืองเพื่อไปหมุนเพลาล้อรถให้เคลื่อนที่ ฟันเฟืองขนาดใหญ่จะมีรอบต่ำความเร็วน้อยจึงต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ที่ใช้ฟันเฟืองขนาดเล็กลงเพื่อเพิ่มรอบการหมุนของเพลา ทำให้รถวิ่งได้เร็วขึ้น
3.เปลี่ยนทิศการหมุนของเพลา เพื่อทำให้ล้อหมุนกลับหรือการถอยหลังเกียร์จะทำหน้าที่ปรับทิศการหมุนของเพลาจึงทำให้รถสามารถเคลื่อนที่ถอยหลังได้
4.ตัดกำลังรถยนต์ ปกติเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ลูกสูบจะเริ่ทำงานและส่งกำลังไปยังเฟืองเกียร์และเกียร์จะหมุนเพลาล้อให้รถเคลื่อนที่ได้ แต่ในกรณีที่เราต้องการจอดรถการเคลื่อนเกียร์มายังเกียร์ว่างจะทำให้ฟันเฟืองเพลาไม่สัมผัสกับฟันเฟืองเกียร์ทำให้เพลาไม่หมุน
5.ลดความเร็วเครื่อง เมื่อเราขับรถมาด้วยความเร็วสูงการทดเกียร์ต่ำลงจะช่วยให้รอบหมุนเพลาช้าลงมีผลทำความเร็วรถช้าลงด้วย ควรระวังในกรณีที่ความเร็วสูงควรค่อยๆทดเกียร์ต่ำลงที่ละ 1 ระดับ เพราะจะทำให้เกิดแรงกระชากได้

อัตราทดเกียร์คืออะไร
เราจะเห็นจากใบระบุสเป็ครถในแต่ละรุ่นนั้นจะมีบอกอัตราการทดเกียร์ (Gear Ratio) ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไรและมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของเครื่องยนต์อย่างไร ซึ่งในปกติแล้วเครื่องยนต์จะทำงานที่หลายพันรอบต่อนาทีเช่น 6000/ต่อนาที หมายความว่าเครื่องยนต์จะหมุด 6000 รอบต่อ 1 นาที ซึ่งรอบของเครื่องยนต์จะส่งกำลังไปยังฟันเฟืองทำหน้าที่หมุนเพลาล้อรถยนต์ให้หมุนอีกครั้งหนึ่ง อัตราการทดเกียร์ 1 = 4.714 ก็หมายถึงว่าเครื่องยนต์หมุนไป 4.714 รอบจึงทำให้ล้อหมุน 1 รอบ แต่เมื่อเราเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 จะมีอัตราการทดเกียร์ที่ 3.143 รถจะวิ่งได้เร็วขึ้นแต่จะมีแรงออกตัวน้อยลงเพราะรอบของเครื่องยนต์จะทำงาน 3.143 รอบต่อการหมุนของล้อรถ 1 รอบ เข้าไปที่เกียร์ 8 จะมีอัตราการทดเกียร์ที่ 0.667 (รถสปอร์ตมีหลายเกียร์) เครื่องยนต์จะหมุนไม่ถึงรอบต่อการหมุนล้อรถ 1 รอบจะเป็นการรักษาระดับความเร็วของเครื่องยนต์ซึ่งทำให้ประหยัดน้ำมันและเคลื่อนที่ได้เร็ว เพราะฉะนั้นการขับเกียร์ต่ำรอบมากแต่ล้อหมุนได้น้อยจึงสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าเกียร์สูง (เปรียบเทียบเฉพาะเกียร์เท่านั้นแต่เครื่องยนต์ที่ทำงานรอบต่ำแต่ทดเกียร์ได้สูงจะประหยัดกว่าเครื่องที่ทำงานรอบสูงกว่า) จึงควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมในการขับขี่ด้วย
ในการทดเกียร์ด้านนั้นต้องคูณอัตราการทดเฟืองท้ายเข้าไปด้วย ซึ่งจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Final Gear Ratio เราจะคำนวณอัตราการทดเกียร์ได้ดังนี้ (สมมุติว่าอัตราอัตรเฟืองท้ายคือ 3.1)
อัตราการทดเกียร์ 1 = 4.714 x 3.1 = 14.6134
เครื่องยนต์จะหมุน 14.6134 รอบ ต่อการหมุนล้อทั้งหมด 4 ล้อ หากผู้ใช้ใช้รถต้องการรถไว้สำหรับทำธุรกิจ เช่น ขนส่งสินค้า หรือ ขนส่งผู้โดยสาร ควรเลือกรถที่มีอัตราการทดเกียร์ที่สูงหากยังสูงไม่พอเราสามารถเปลี่ยนเฟืองท้ายได้ เพื่อให้รถมีแรงบิดมากขึ้นแต่ความเร็วปลายหรือ Top-speed จะลดลงเช่นกัน
ระบบเกียร์ธรรมดาทำงานอย่างไร
ปกติแล้วเครื่องยนต์เมื่อเกิดการเผาไหม้ลูกสูบจะทำการหมุนข้อเหวี่ยงและข้อเหวี่ยงจะส่งกำลังไปยังล้อช่วยหมุนหรือ (Fly Wheel) และส่งต่อไปยังชุดห้องเกียร์ (Transmission) ซึ่งระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์จะมีคลัทช์ (Clutch) ที่เราะเหยียบเวลาเข้าเกียร์เป็นตัวทำหน้าที่เชื่อมต่อหรือหยุดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์มายังชุดเกียร์ เมื่อเราเปลี่ยนเกียร์จะเป็นการเปลี่ยนฟันเฟืองจากขนาดหนึ่งไปยังอีกขนาดหนึ่ง (จากฟันเฟืองขนาดใหญ่ไปฟันเฟืองขนาดเล็กในกรณีเปลี่ยนจากเกียร์ต่ำเป็นเกียร์สูง หรือ หากเปลี่ยนเกียร์สูงเป็นเกียร์ต่ำก็จะกลับกัน) ในการเปลี่ยนเกียร์นั้นเนื่องจากชุดเกียร์เป็นฟันเฟืองเราจึงต้องเหยียบคลัทช์เพื่อให้หยุดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์มายังฟันเฟืองเกียร์ ทำให้ชุดเกียร์หยุดหมุนเราจึงสามารถเข้าเกียร์ได้โดยที่ฟันเฟืองไม่ขัดกัน
ทำไมเครื่องจึงดับเมื่อไม่เหยียบคลัทช์หรือเลี้ยงคันเร่ง
เครื่องยนต์ต้องหมุน 1 รอบ ต่อการเผาไหม้ลูกสูบ 1 ครั้ง โดยมีล้อช่วยหมุน (Flywheel) ช่วยในการดันลูกสูบให้ไปยังจุดระเบิดอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นเครื่องจะดับ เมื่อเราเข้าเกียร์ 1 ในเกียร์ธรรมดาเครื่องยนต์จะส่งแรงไปยังชุดเกียร์ทำให้ล้อช่วยหมุนหรือ Flywheel ศูนย์เสียแรงเฉื่อยไปด้วยเราจึงต้องเร่งรอบด้วยการเหยียบคันเร่ง หรือเหยียบคลัทช์เพื่อตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังชุดเกียร์ (รถจะไม่เคลื่อนที่)
การทำงานของเกียร์อัตโนมัติหรือเกียร์ออโต้
เกียร์อัตโนมัตินั้นจะทำงานด้วยฟันเฟืองเช่นกันจะทำงานโดยมีชิ้นส่วนหลักๆดังนี้
-Small Sun Gear ส่งกำลังมาจากเครื่องยนต์
-Planet Gear ฟันเฟืองขนาดเล็ก
-Large Sun Gear ฟันเฟืองขนาดใหญ่อยู่ใต้ Small Sun Gear
-Ring Gear แผ่นคลอบชุดฟันเฟืองทั้งหมด
เมื่อเริ่มเข้าเกียร์ D
เกียร์ 1 เริ่มการทำงานเมื่อเราเลือกเกียร์ D ในระบบเกียร์อัตโนมัติฟันเฟือง Small Sun Gear จะหุมน Planet Gear และหมุน Larg Sun Gear อีกครั้งหนึ่ง ในเกียร์ 1 จะได้รอบต่ำแต่แรงบิดสูง
เกียร์ 2 แผ่น Large Sun Gear จะถูกล็อกให้หยุดหมุน Small Sun Gear จะหมุนกับ Planet Gear และหมุน Ring Gear อีกครั้งหนึ่งจะได้รอบที่เพิ่มขึ้นอีก
เกียร์ 3 Planet Gear จะถูกล็อกเพิ่มอีกทำให้ได้รอบเพิ่มขึ้น
เกียร์ 4 Planet Gear จะถูกล็อกให้ติดกับ Planet Carrier จะมีเฟืองที่หมุนคือ Small Sun Gear และ Planet Gear
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถทำให้เกียร์อัตโนมัติเพิ่มจาก 4 สปีด เป็น 6 สปีด และ 8 สปีดได้แล้ว
เมื่อรู้การทำงานของเกียร์แล้วก็ควรจะใช้งานให้ถูกลักษณะและเลือกซื้อรถให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานมากที่สุด

Comments

Popular posts from this blog

มิตซูบิชิไทรทัน แต่งโหลด ยกสูง ตัวอย่างเพียบ

บริษัทที่ผลิตตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบอย่าง Mitsubishi นั้นได้ผลิตรถยน Pick Up เพื่อมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดกับเจ้าพ่อตลาดรถปิกอัพอย่าง อีซูซุ ดีแม็ก และ โตโยต้า ไฮลัก วีโก้ โดยรุ่นล่าสุดมิตซูบิชิได้ส่ง Mitsubishi Titan Plus เข้าสู้กับ Vigo และ V-cross ซึ่งไทรทันนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การฉีกแนวรถปิกอัพแคปเล็กเดิมอย่าง มิตซูบิชิ สตาด้า (Mitsubishi Stada) โดยไทรทันนั้นได้ทำให้ที่นั่งมีขนาดใหญ่ขึ้นไม่ต้องนั่งแบบเปียดเสียด งอขา ปวดเข่าอีกต่อไป thaismartcar.com ก็เลยได้รวบรวมแบบไทรทัน แต่งยกสูง และโหลดเตี้บ เปลี่ยสสีใหม่คัดแบบมาที่สวยมากที่สุด

ดีไซส์ดั่งเดิมของไทรทันนั้นจะเป็นลักษณะโค้งมนเหมาะสำหรับการยกสูงก็สวยแต่โหลดแต่แล้วเราว่าไม่เท่าไหร่นะ ส่วนสีที่สวยสำหรับไทรทัน แต่งนั้นเราว่าสีแดง ขาว ดำด้าน จะสวยมากๆเลยใสล้อแม็กซ็ขอบใหญ่แลยยางแก้มเตี้ย

Mitsubishi Evolution รถเครื่อง 2.0 ลิตร 291 แรงม้าแต่งสวย

หลายคนคงจะเคยเห็นรถขนาด C Segement อย่าง Mitsubishi Lancer Ex มาบ้างแล้วเพราะยอดงานในประเทศไทยก็ถือว่าประสบความสำเร็จเลยทีเดียว สำหรับคนที่ชื่นชอบ Mitsubishi Evolution และเคยเห็นภาพตัวอเป็นของมิตซูบิชิ อีโวลูชั่นมาบ้างแล้วก็จะเกิดความสงสัยว่าระหว่า Mitsubishi Evolution กับ Mitsubishi Lancer Ex นั้นทำไมหน้าตาเหมือนกันจังเลย แต่ราคาของ Mitsubishi Evolution ทำฉีกราคาของตัวแลนเซอร์ไปมากมายขนาดนั้น วันนี้ www.thaismartcar.com จะพาไปรู้จัก Mitsubishi Evolution ทั้งสเปคและราคาและหาความแตกต่างระหว่าง Mitsubishi Evolution กับ Mitsubishi Lancer Ex กันเลย

เชฟโรเลต แคปติวา แต่งสวย

เชฟโรเลต แคปติวา เป็นรถยนต์นั่งขนาด 7 ที่นั่งแบบช่วงล่างที่เป็นอิสระจากกันเหมือนรถเก๋งทั่วไปที่ช่วงล่างจะนิ่มๆไม่กระโดดเหมือนพวกรถออฟโรด บางคนอาจจะสงสัยว่าระหว่างเชฟโรเลต แคปติวา กับ เชฟโรเลต เทรลเบเซอร์นั้นแตกต่างกันอย่างไรอธิบายคร่าวๆก็คือ เชฟโรเลต แคปติวา เป็นรถช่วงร่างเก๋งนิ่มขับในเมืองสบายแต่จะออกป่าออฟโรดไม่ไหวช่วงล่างไม่สู้ ผิดกับเชฟโรเลตเทรลเบเซอร์ที่มีช่วงล่างเป็นรถปิกอัพจึงเหมาะแก่การขับแแบออฟโรดเข้าป่า เข้าดงมากกว่า www.thaismartcar.com จะพาไปชมแบบตัวอย่างการแต่งรถเชฟโรเลต แคปติวา ดูซิว่าจะสวยเหมือนเทรลเบเซอร์หรือเปล่าแต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักเชฟโรเลต แคปติวากันก่อน
ข้อดีของเชฟโรเลต แคปติวา คือมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ระบบโดยมีเครื่องดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ 163 แรงม้า และเครื่องยนต์ของเชฟโรเลต แคปติวาอีกแบบเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร Double CVC 4สูบ 167 แรงม้า โดยมีเครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถเติมน้ำมัน E20 และ E85 ซึ่งช่วยลดค่าน้ำมันในกระเป๋าไปได้มากทีเดียว นอกจากเรื่องระบบเครื่องยนต์แล้วเชฟโรเลต แคปติวายังสามารถแต่งสวยไม่แพ้ SUV รุ่นอื่นๆเราได้เตรียมภาพมาให้ชมแล้ว เ…